| |
- ฟังก์ช้น เป็น กฎ ที่นำไปใช้กับ ค่าของเซตหนึ่ง (เซตของโดเมน) ที่ให้ค่าของอีกเซตหนึ่ง (เซตของโคโดเมน) แต่ละค่าของเซตแรกจะสัมพันธ์กับแต่ละค่าของเซตที่สอง
- กฎ นั้นเช่น สองเท่า, กำลังสอง, บวกหนึ่ง
- ฟังก์ช้นแสดงได้ด้วยตัวอักษร " f "
- ผล : ค่าของฟังก์ชันที่ได้ขึ้นอยู่กับค่าของ x ซึ่งเขียนแทนด้วย f(x) เช่น f(x) = x+1
- เซตของผลลัพธ์เรียกว่า เรนจ์ ซึ่งเป็นสับเซตของโคโดเมน
- โดเมน คือสมาชิกตัวหน้าของเซตของฟังก์ชัน
- โคโดเมน คือสมาชิกตัวหลังของเซตของฟังก์ชัน โดยทั่วไปจะเป็นเซตทั้งหมดของจำนวนจริง
- ฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง (1-1) ฟังก์ชันจะให้ค่าที่ไม่เหมือนกันหากนำเข้าค่าคนละค่ากัน กล่าวคือ ถ้า x1 และ x2 เป็นสมาชิกของโดเมนของ f แล้ว f (x1) = f (x2) ก็ต่อเมื่อ x1 = x2
- ฟังก์ชันทั่วถึง (แบบ onto) ฟังก์ชันจะมีเรนจ์เท่ากับโคโดเมน กล่าวคือ ถ้า yf แล้วจะมี x อย่างน้อย 1 ตัว ซึ่ง f (x) = y เป็นสมาชิกใดๆของโคโดเมนของ
- ฟัังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งทั่วถึง เป็นฟังก์ชันที่เป็นทั้งฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง และฟังก์ชันทั่วถึง มักจะใช้แสดงว่าเซต X และเซต Y มีขนาดเท่ากัน
- ฟังก์ชันประกอบ Composite function : การจัดหมู่ฟังก์ช้นตั้งแต่สองฟังก์ช้นขึ้นไป สามารถเขียนด้วย fg(x) หรือ f(g(x)) จะต้องทำฟังก์ช้น g ก่อน แล้วจึงจะทำฟังก์ช้น f
- ฟังก์ชันผกผัน Inverse function : การดำเนินการที่ผันกลับกับฟังก์ชัน ซึ่งเป็นฟังก์ชันแบบ 1-1 เขียนเป็น f-1(x) ... หรือ ก็คือ ฟังก์ชันที่เกิดจากการนำคู่อันดับใน f มาสลับที่กัน
To be continue .......
| |
|